Tag: แสงแดด

สาเหตุของการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า
ริ้วรอย เกิดได้จากสาเหตุใหญ่ๆ 2 สาเหตุ คือ ริ้วรอยจากปัจจัยภายใน และริ้วรอยจากปัจจัยภายนอก ริ้วรอยจากปัจจัยภายใน คือริ้วรอยที่เกิดจากสภาวะกระบวนการภายในของร่างกาย จะเกิดโดยตามธรรมชาติ ตามกาลเวลา เพราะเมื่อร่างกายของเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และผิวหนังชั้นในที่มีส่วนประกอบด้วยคลอลาเจนและอิลาสติน จะค่อยเสื่อมสภาพลง ทำให้เกิดการหย่อนตัวของผิว ไม่เต่งตึง จึงเป็นสาเหตุในการเกิดริ้วรอย ริ้วรอยจากปัจจัยภายนอก คือริ้วรอยที่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเรา ที่กระตุ้นให้เซล์ผิวเสื่อมสภาพได้โดยเร็ว และเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ทั้งสิ้น ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีดังต่อไปนี้ แสงอัลตาไวโอเลตหรือเรียกง่ายๆ คือ แสงแดด แสงแดดเป็นสาเหตุหลักปัจจัยสำคัญ เป็นศัตรูร้ายตัวฉกาจอันดับ 1 ของผิว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่จะไปทำลายส่วนประกอบของผิวหนังคือ คลอลาเจน ทำให้ผิวของเราขาดความชุ้มชื้น แห้งกระด่าง และขาดความยืดหยุ่น และยังเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า จุดด่างดำ ตลอดจนสิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดคือมะเร็งผิวหนัง ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราก็ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด คือการหาสิ่งป้องกันผิวของเรา เช่น สวมเสื้อผ้าที่มิดชิด ใช้ครีมกันแดด ฯลฯ หรืออีกหลายๆวิธีที่จะเป็นการป้องกันเราจากแสงแดด...
1. ความถี่ที่เหมาะสมในการสครับผิวคือ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่ได้ทำงานในการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไป 2. ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสครับผิวหน้ามากที่สุดคือ เวลากลางคืน เพราะในขณะที่หลับผิวจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นตัวจากการสูญเสียน้ำมันหลังจากการสคลับ 3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สคลับผิวที่มีเนื้อขรุขระ โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากพืชประเภทข้าว เพราะเม็ดสคลับที่ได้จะมีขนาดที่เล็กกว่า จึงไม่ขีดข่วนและทำอันตรายต่อผิว 4. สำหรับคนที่มีปัญหาสิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก (AHA) หรือซาลิไซลิก (BHA) ซึ่งการวิจัยพบว่าสารทั้งสองชนิดนี้ไม่เพียงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจน รวมถึงกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และชะลอกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินอีกด้วย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สคลับที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับผิวเป็นสิว 5. หากรู้ว่าต้องไปในสถานที่ที่มีแสงแดดจัด 6. หลังจากสครับผิว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าของสารป้องกันแสงแดดไม่ต่ำกว่า SPF 15 7. สำหรับผู้ที่ใช้บริการผลัดเซลล์ผิวตามศูนย์บริการด้านความงามต่างๆ ควรงดใช้ผลิตผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 2 วัน และต้องไม่ลืมในการป้องกันผิวด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด และทางที่ดีควรอยู่ในร่มเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
เคล็ดไม่ลับ ผิวกระจ่างใส
หลายคนมักจะกังวลกับการเห็นผิวหน้า ผิวกาย หมองคล้ำ ดูไม่กระจ่างใส และมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ก็เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ทั้งธรรมชาติ หรือจะเป็นการกระทำที่มีความเข้าใจผิดของเราเอง บทความนี้จะมาทำร้ายความเข้าใจผิว และวิธีการทำให้ผิวของเราดูกระจ่างใส และอ่อนวัยกัน 1. การล้างหน้า : เราควรล้างหน้าไม่เกิน 2 ครั้งต่อ 1 วัน เพราะการที่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป มันเป็นสาเหตุที่ทำให้การเกิดสิว และทำให้น้ำมันหล่อลื่นที่อยู่บนใบหน้าของเรา ที่ทำหน้าที่ไม่ให้หน้าของเราไม่แห้งจนเกินไป ถูกทำร้าย จึงเป็นสาเหตุทำให้หน้าของเราแห้งอีกด้วย 2. การออกแดด : ในเวลาที่เราจำเป็นต้องออกไปภายนอกบ้านของเราและต้องเผชิญกับแสงแดด เราควรทาครีมกันแดดและเมื่อทาแล้วควรทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ขึ้นไปก่อนที่เราจะออกไปเผชิญกับแสงแดด และเราควรที่จะทาครีมกันแดดทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ผิวของเราก็ปลอดภัยจากแสงแดด ที่เป็นสาเหตุหลักที่มาทำลายเซลล์ผิว จนผิวของเราหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย และที่หนักกว่านั้น ก็คือ มะเร็งผิวหนัง 3. การนวดหน้า : หากใครที่อยากให้หน้าของเรากระชับ อ่อนวัย แต่ไม่อยากเสียเงินไปกับเครื่องมือต่าง ๆ วิธีง่ายที่เราทำได้กันทั่วไป...
5 เคล็ดลับสำหรับผิวที่มีสุขภาพดี
ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมรอบกาย นั้นมีผลการทบต่อผิวเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะแสงแดด กิจวัตรในการดำเนินชีวิต หรือสภาพอากาศ ฯลฯ ซึ่งเรามักจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ จนมารู้อีกทีผิวของเราก็เสียไปเสียแล้ว ดังนั้น เรามี 5 วิธีในการดูแล ป้องกัน และรักษาผิวกายของเรา ด้วยกัน 5 วิธี ดังนี้ 1. การหลีกเลี่ยงตัวเองจากแสงแดด แสงแดด เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวเราเสีย จนเกิดอันตราย เป็นลำดับต้นๆ เลย ก็ได้ เพราะสามารถก่อให้เกิดริ้วรอยจุดด่างอายุและปัญหาผิวอื่น ๆ และอาจทำให้มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนัง ดังนั้น วิธีการหลีกเลี่ยงแสงแดด มีด้วยกัน 3 วิธี คือ 1.1 ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 15 โดยทาครีมอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อครั้ง หรือมากกว่านั้น เพราะในบางครั้งเหงื่อที่ออกกจากร่างกายอาจชำระ หรือกิจวัตรที่เกี่ยวข้องกับของเหลว 1.2 พยายามอยู่ในที่ที่มีร่มเงา และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในเวลา 10:00-14:00 เพราะแสงแดดในเวลานี้มี UV ที่มีความเข้มข้นสูง และเป็นช่วงที่ทำลายผิวได้ดีกันเลยทีเดียว 1.3 การสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด....
เครื่องสำอางสำหรับเด็ก
คนที่ผิวแพ้ง่ายเรามักมีความเข้าใจผิดในการใช้เครื่องสำอางสำหรับเด็ก เพียงเพราะมีความคิดที่ว่าน่าจะมีการกระตุ้นผิวที่น้อย ซึ่งความเป็นจริง เครื่องสำอางสำหรับเด็กจะมีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อลงไปด้วย เพื่อรักษาสมดุลของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง ผิวหน้า หยุดการแพร่พันธุ์ของเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งไม่เหมาะกับผิวผู้ใหญ่อย่างยิ่ง เพราะเมื่อใช้จะทำให้ผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง ดังนั้น สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะดีกว่า ยังมีอีกหนี่งความเข้าใจผิด คือ เครื่องสำอางที่ทำเอง เป็นเครื่องสำอางที่มีการกระตุ้นต่ำ ซึ่งผลพิสูจน์กลับตรงข้าม คือ เครื่องสำอางที่ทำเอง มีความด่างที่สูงมาก และมีความบริสุทธิ์ของสารที่ต่ำกว่าเครื่องสำอางที่ผลิตโดยมืออาชีพเฉพาะ ซึ่งเครื่องสำอางทำเองดังกล่าวมีโอกาสที่ทำให้ผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง จนเกิดผิวหนังที่แพ้ จนเป็นผื่นแดง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ส่วนผสมจากผลมะกรูดและมะนาว ซึ่งจะมีส่วนประกอบที่เรียกว่าโซราเรน ผสมอยู่ เมื่อส่วนประกอบดังกล่าวถูกผิวหนังจะตอบสนองต่อรังสีอัลตราไวโอเลต จนทำให้ผิวคล้ำจากแสงอัลตาไวโอเลตง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ดังนั้น ควรใช้เครื่องสำอางเฉพาะที่เหมาะสมกับผิว และป้องกนแสงแดดดีกว่า
การทาครีมกันแดดถ้าไม่ทาในสัดส่วน 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตรจะไม่ได้ผลตามค่า SPF ที่ระบุไว้ โดยพื้นที่ร่างกายผู้ใหญ่มีประมาณ 1.6 ตารางเมตร !! การ จะทาให้ทั่วนั้นต้องใช้ครีมกันแดด ถึง 30 กรัม (1 หลอด โอ้วพระเจ้า!!) ซึ่งจะใช้ทาทุกๆวันก็คงเป็นไปไม่ได้ เลยต้องต้องอาศัยเสื้อผ้าในการป้องกันแทน แต่รังสี UV ก็ยังสามารถลอดผ่านเสื้อสีขาวได้ด้วย แต่หากเป็นผ้าขนแกะหรือโพลีเอสเตอร์จะลอดเข้ามาได้ยาก แต่ในหน้าร้อนคงไม่เหมาะที่จะใช้งาน แนะนำว่าควรใช้ผ้าฝ้ายผสมโพลีเอสเตอร์แทน ซึ่งกันรังสี UV ได้ 80% ขอบคุณบทความจาก frynn .c om
16,804FansLike
2,131FollowersFollow
1,688FollowersFollow
13,727SubscribersSubscribe

Latest Posts