Tag: ผิว

สาเหตุของการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า
ริ้วรอย เกิดได้จากสาเหตุใหญ่ๆ 2 สาเหตุ คือ ริ้วรอยจากปัจจัยภายใน และริ้วรอยจากปัจจัยภายนอก ริ้วรอยจากปัจจัยภายใน คือริ้วรอยที่เกิดจากสภาวะกระบวนการภายในของร่างกาย จะเกิดโดยตามธรรมชาติ ตามกาลเวลา เพราะเมื่อร่างกายของเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และผิวหนังชั้นในที่มีส่วนประกอบด้วยคลอลาเจนและอิลาสติน จะค่อยเสื่อมสภาพลง ทำให้เกิดการหย่อนตัวของผิว ไม่เต่งตึง จึงเป็นสาเหตุในการเกิดริ้วรอย ริ้วรอยจากปัจจัยภายนอก คือริ้วรอยที่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเรา ที่กระตุ้นให้เซล์ผิวเสื่อมสภาพได้โดยเร็ว และเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ทั้งสิ้น ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีดังต่อไปนี้ แสงอัลตาไวโอเลตหรือเรียกง่ายๆ คือ แสงแดด แสงแดดเป็นสาเหตุหลักปัจจัยสำคัญ เป็นศัตรูร้ายตัวฉกาจอันดับ 1 ของผิว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่จะไปทำลายส่วนประกอบของผิวหนังคือ คลอลาเจน ทำให้ผิวของเราขาดความชุ้มชื้น แห้งกระด่าง และขาดความยืดหยุ่น และยังเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า จุดด่างดำ ตลอดจนสิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดคือมะเร็งผิวหนัง ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราก็ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด คือการหาสิ่งป้องกันผิวของเรา เช่น สวมเสื้อผ้าที่มิดชิด ใช้ครีมกันแดด ฯลฯ หรืออีกหลายๆวิธีที่จะเป็นการป้องกันเราจากแสงแดด...
วิตามินอีช่วยผมสวยผิวใส
วิตามินอี มีหน้าที่เป็นสานต้านอนุมูลอิสระ ให้เซลล์ของเยื่อบุต่าง ๆ คงสภาพ แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีสูงคือ นม น้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก ผักใบเขียว และตับ วิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน เมื่อถูกร่างกายดูดซึมจะถูกสะสมไว้ในร่างกาย จึงทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ลดความแห้งของผิว และยังช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวหนังใหม่ นากจากนี้วิตามินอียังช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรด้วยวิตามินอี ในเครื่องสำอาง มักจะมีส่วนผสมของวิตามินอี ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน และลดริ้วรอย ช่วยการชะลอความเสื่อมสภาพของผิว และนอกจากนี้เมื่อเราบำรุงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของวิตามินอี ก็ควรเลือกรับประทานอาการที่มีวิตามินอี จำให้การทำงานของวิตามินอีมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบำรุงผมด้วยวิตามินอี วิตามินอีนิยมนำมาผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่หนังศีรษะและเส้นผม ป้องกันผมหงอกขาวก่อนวัน บำรุเส้นผมให้ดกดำเงางาม และช่วยปกป้องหนังศีรษะจากความร้อน ความแห้ง ทำให้เส้นผมแห้งเสียกลับมีสุขภาดี ลดการขาดล่วง
คุณประโยชน์จากงาดำ
งาดำ คือเมล็ดพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีดำ เกิดจากต้นงา ซึ่งมีการเพราะปลูกเพื่อที่จะเอาไว้เป็น อาหาร หรือส่วนประกอบของเครื่องเทศ มักพบได้จากแถบตะวันออกการ หรือทวีปเอเชียทั่วไป ลักษณะเด่นของงาดำ จะมีกลิ่นและรสชาติคล้ายกับพืชตระกูลถั่ว และคนมักนิยมนำงาดำมาสกัดเป็นน้ำมัน ซึ้งเพราะในส่วนประกอบของงาดำประกอบไปด้วยน้ำมัน ประมาณ 44-60 % และไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทองแดง แมกนีเซียม และแคลเซียมสูง และยังมีสาระสำคัญที่พบได้ในงาคือ เซซามิน และเซซาโมลิน ซึ่งช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอล และยังมีธาตุเหล็ก วิตามินบี เส้นใยอาหาร กรดอะมิโน ประโยชน์ของงาดำ ช่วยในการเผาพลาญ สลายไขมันได้ดี ลดความอ้วนเสริมสร้างให้มีกล้ามเนื้อหน้าท้อง ควบคุมการดูดซึม และช่วยการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ทำให้ไขมันในร่างกายอยู่ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่เพียงเท่านี้ งาดำยังช่วยในการทำงานของวิตามินอี และป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในระบบประสาท และลดความตึงเครียดให้กับสมอง และถังสามารถต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ประโยชน์ของงาดำไม่ได้มีแค่ภายในร่างกายเพียงเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในผิวกายด้วย โดยมีคุณประโยชน์ทำให้ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอย และบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ดังนั้น เราควรรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของงาดำ เพื่อจะทำให้หุ่นของคุณดี และยังทำให้ผิวคุณดูดีอีกด้วย
1. ความถี่ที่เหมาะสมในการสครับผิวคือ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่ได้ทำงานในการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไป 2. ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสครับผิวหน้ามากที่สุดคือ เวลากลางคืน เพราะในขณะที่หลับผิวจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นตัวจากการสูญเสียน้ำมันหลังจากการสคลับ 3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สคลับผิวที่มีเนื้อขรุขระ โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากพืชประเภทข้าว เพราะเม็ดสคลับที่ได้จะมีขนาดที่เล็กกว่า จึงไม่ขีดข่วนและทำอันตรายต่อผิว 4. สำหรับคนที่มีปัญหาสิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก (AHA) หรือซาลิไซลิก (BHA) ซึ่งการวิจัยพบว่าสารทั้งสองชนิดนี้ไม่เพียงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจน รวมถึงกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และชะลอกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินอีกด้วย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สคลับที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับผิวเป็นสิว 5. หากรู้ว่าต้องไปในสถานที่ที่มีแสงแดดจัด 6. หลังจากสครับผิว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าของสารป้องกันแสงแดดไม่ต่ำกว่า SPF 15 7. สำหรับผู้ที่ใช้บริการผลัดเซลล์ผิวตามศูนย์บริการด้านความงามต่างๆ ควรงดใช้ผลิตผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 2 วัน และต้องไม่ลืมในการป้องกันผิวด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด และทางที่ดีควรอยู่ในร่มเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
เคล็ดไม่ลับ ผิวกระจ่างใส
หลายคนมักจะกังวลกับการเห็นผิวหน้า ผิวกาย หมองคล้ำ ดูไม่กระจ่างใส และมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ก็เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ทั้งธรรมชาติ หรือจะเป็นการกระทำที่มีความเข้าใจผิดของเราเอง บทความนี้จะมาทำร้ายความเข้าใจผิว และวิธีการทำให้ผิวของเราดูกระจ่างใส และอ่อนวัยกัน 1. การล้างหน้า : เราควรล้างหน้าไม่เกิน 2 ครั้งต่อ 1 วัน เพราะการที่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป มันเป็นสาเหตุที่ทำให้การเกิดสิว และทำให้น้ำมันหล่อลื่นที่อยู่บนใบหน้าของเรา ที่ทำหน้าที่ไม่ให้หน้าของเราไม่แห้งจนเกินไป ถูกทำร้าย จึงเป็นสาเหตุทำให้หน้าของเราแห้งอีกด้วย 2. การออกแดด : ในเวลาที่เราจำเป็นต้องออกไปภายนอกบ้านของเราและต้องเผชิญกับแสงแดด เราควรทาครีมกันแดดและเมื่อทาแล้วควรทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ขึ้นไปก่อนที่เราจะออกไปเผชิญกับแสงแดด และเราควรที่จะทาครีมกันแดดทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ผิวของเราก็ปลอดภัยจากแสงแดด ที่เป็นสาเหตุหลักที่มาทำลายเซลล์ผิว จนผิวของเราหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย และที่หนักกว่านั้น ก็คือ มะเร็งผิวหนัง 3. การนวดหน้า : หากใครที่อยากให้หน้าของเรากระชับ อ่อนวัย แต่ไม่อยากเสียเงินไปกับเครื่องมือต่าง ๆ วิธีง่ายที่เราทำได้กันทั่วไป...
การรักษาสิวด้วยมังคุด
มังคุด เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมในทวีปเอเชีย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งผลไม้ ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปลักษณ์เหมือนคนใส่มงกุฎ และรสชาติที่สมฉายานามโดยมีรสหอมหวาน เนื้อขาวจนอย่างริมลอง แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ประโยชน์ของมังคุด ไม่ได้เป็นเพียงของที่รับประทานเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในการดูแลป้องกันรักษาสิวได้ด้วย ส่วนประกอบที่ต้องเตรียม คือ เปลือกมังคุด 10 ผล และดินสอพอง 1 กำมือ วิธีการทำมีดังต่อไปนี้ นำเปลือกมังคุด ที่เหลือทิ้งไว้จากการรับประทานเนื้อมังคุด นำมาล้างให้สะอาด และนำไปใส่คั้นให้ได้น้ำเปลือกมังคุดเข้มข้น จากนั้นนำน้ำเปลือกมังคุดไปผสมกับดินสอพองที่เตรียมเอาไว้ผสมให้เข้ากัน และนำไปพองบนใบหน้าให้ทั่ว แต่เว้นรอบดวงตา และริมฝีมา ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แต่สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันง่าย ให้พองไว้ประมาณ 30 นาที ทำจนกว่าสิวจะลดลง ขอควรแนะนำ ควรเลือกเปลือกมังคุดที่มีความสุกงอม จะได้น้ำเปลือกมังคุดที่มีปริมาณมากขึ้น และสามารถนำไปตากแห้งและบดเป็นผงเก็บไว้ และเวลาที่ใช้ก็นำไปต้มกับน้ำเพียงเล็กน้อย ก็จะได้น้ำเปลือกมังคุดที่เข้มข้นเช่นเดียวกัน
16,804FansLike
2,131FollowersFollow
1,688FollowersFollow
13,731SubscribersSubscribe

Latest Posts