Tag: ผิวหนัง

ส่วนประกอบของผิวหน้า ผิวหนัง
มารู้จักผิวหนัง ผิวหน้าของเรากันเถอะ สาวๆที่สนใจการนวดหน้า หรือวิธีการดูแลผิว คงอยากรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผิวบ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากเราเสียเงินกับการดูแลผิวพรรณไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนทำความสะอาด ขั้นตอนนวดตัว นวดหน้า บำรุงผิวหน้า ผิวกาย ขั้นตอนการชำระล้างร่างกาย ทาครีม หรือแม้แต่การอาบน้ำแร่แช่น้ำนม การให้ความสำคัญกับผิวพรรณนับเป็นเรื่องที่ผู้หญิงยุคใหม่ ใส่ใจดูแลกันทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นต้นทุนในการดูแลที่ค่อนข้างสูงทีเดียวเลยค่ะ แต่วันนี้ นอกจากการดูแลผิวกาย การดูแลผิวหน้า เช่นการนวดหน้าที่เราสนใจแล้ว อยากจะมาให้ข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับผิวกันค่ะ เรามาพูดถึงผิวหนังผู้ใหญ่ก่อนนะคะ ผิวหนัง รวมท้งผิวหน้าของผู้ใหญ่ ทั้งร่างกายถ้าเราจับมาแบโดยเฉลี่ยจะมีพื้นที่อยู่ระหว่าง 1.5-2 ตารางเมตร ความหนาของผิวโดยประมาณ 2 – 3 มิลิเมตร แล้วแต่ว่าเป็นส่วนไหนของร่างกาย ซึ่งในแต่ละส่วนของผิวหนังจะมีส่วนประกอบที่เรียกว่าต่อมเหงื่อ 1 ตารางนิ้วโดยเฉลี่ยจะมีต่อมเหงื่อ ประมาณ 650 ต่อม และยังประกอบไปด้วย เส้นเลือด 20 เส้น เซลล์ที่ทำหน้าที่กำหนดเม็ดสี 60,000 เซลล์ และยังมีปลายประสาทวิ่งเข้ามาถึง 1,000 เส้น อีกด้วย เป็นไงล่ะคะ...
ในส่วนของผิวชั้นนอก ผิวชั้นใน และต่อมไขมันต่างๆที่เราได้รู้จักกันตามบทความที่ได้เขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งคุณสามารถค้นหาอ่านได้ใน เว็บเรา วันนี้เราจะมาพูดให้ครบองค์ประกอบของผิวหนัง นั่นได้แก่ ขนและผม ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาของหลายๆคนเลยทีเดียว ขนและผมนั้นเป็นเซลล์ที่เจริญเติมบโตจากชั้นในเอพิเดอมิสชั้นลึกไปถึงเดอมิส ด้านล่างจะมีลักษณะเป็นถุงเซลล์ เซลล์ที่เกิดขึ้นจะตายตั้งแต่อยู่ในถุงเซลล์ซึ่งเป็นกระเปาะและจะมีเซลล์ใหม่เกิดมาทดแทนกันอยู่ตลอดเวลา หากร่างกายเราแข็งแรงปกติด เพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่ตายแล้ว ในการตัดผม ตัดขน เราจึงไม่รู้สึกเจ็บเพราะเป็นเซลล์ที่ตายแล้วแต่ถ้าดึงผม หรือดึงขน เรายังรู้สึกเจ็บได้เนื่องจากขนหรือผมดังกล่าวติดอยู่กับเซลล์ผิวหนังนั่นเอง ลักษณะของเส้นผมของแต่ละคนจะแตกต่างกัน เช่นผมหยิก ผมตรง สีผมแตกต่างกัน ตรงนี้จะขึ้นอยู่กับต่อมรากผม เนื่องจากต่อมรนากผมจะมีหน้าที่สร้างเมลานีนสีต่างๆเช่นแดง ดำ ยังมีการกำหนดลักษณะผมตรง หยิกด้วยโครงสร้างของต่อมรากผมอีกด้วย และนอกจากนั้นแล้วผมและขนจะยาวขึ้นเรื่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วแต่ชนิดและต่ำแหน่งที่เกิดขึ้น จากนั้น ขนละเอียดเป็นขนชุดแรกที่เกิดขึ้นมีลักษณะอ่อนไม่มีสี ต่อมาจะเป็นขนอ่อน เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะหยาบยาวและมีสีเข้ม เรียกว่าขนชุดสุดท้ายก็ได้ ส่วนใหญ่แล้วร่างกายเราจะมีขนอยู่ทั่วไป บริเวณใบหน้า และลำคอจะพบเพียงขนอ่อนเพียงชนิดเดียว ส่วนบริเวณลำตัว แขน ขา และศีรษะ มีทั้งขนอ่อน และขนชุสุดท้ายรวมตัวกัน คิ้ว ขนตา ขนรักแร้ ขนจมูก จะพบขนสุดท้ายอย่างเดียว และบริเวณศีระษาส่วนใหญ่เป็นขนชุดสุดท้าย...
หน้าที่ของผิวหนัง
นอกจากเป้นส่วนห่อหุ้มร่างกาย ผิวหน้า ผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องดูแลแล้ว ตัวผิวหนังเองมีปัจจัยสำคัญต่อร่างกายและมีหน้าที่ต่างๆในการที่จะดูแลร่างกายของเราดังนี้ ช่วยในการรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้มีความเหมาะสม ซึ่งร่างกายของเราปกติแล้วควรมีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ถ้าหากอุณหภูมิของร่างกายมีเหตุต้องสูงขึ้นต่อมเหงื่อจะขับน้ำออกมามากขึ้นเพื่อเป็นการถ่ายเทความร้อนทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง รวมทั้งเส้นเลือดฝอยจะขยายใหญ่ขึ้นเพื่อให้เลือดไหลผ่านบริเวณผิวหนังมากขึ้นเพื่อเป็นการถ่ายเทความร้อนเพราะเหตุนี้เวลาเราร้อนหน้าจึงแดง เนื่องจากมีเลือดมาบริเวณผิวหนังมากนั่นเอง ช่วยป้องกันอวัยภายในของร่างกายไม่ให้ต้องได้รับเชื้อโรค การกระแทก บาด การบาดเจ็บ ความร้อนจากแสงอาทิตย์ความเย็น เป็นต้น เมื่อร่างกายกระทบกับอากาศหนาวทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำลงเส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังจะหดตัวลง ทำให้เราจะเห็นอาการขนลุก แต่การหดตัวของเส้นเลือดฝอยนั้นจะเป็นการทำให้ร่างกายของเราอบอุ่นขึ้นนั่นเอง ทำหน้าที่ร่วมกับระบบประสาทในการรับสัญญาณ เนื่องจากบริเวณผิวหนังมีประสาทสัมผัส ทั้งความร้อนความเย็น แรงกด ทำให้ผิวหนังเป็นเซนเซอร์ที่มีหน้าที่ส่งสัญญาณความรู้สึกให้ประสาทรับรู้ เพื่อที่จะสามารถปกป้องอันตรายได้ ป้องกันเชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย และจุลินทรีย์ต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายโดยง่าย ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายร่วมกับเหงื่อ นอกจากปกป้องของจากภายนอกร่างกายแล้ว ผิวหนังยังปกป้องความชื้นภายในร่างกายไม่ให้ระเหยมากเกินไป เป็นแหล่งสังเคราะห์วิตามินดีที่เกิดจากปฏิกริยาของแสงอัลตราไวโอเลต นี่คือส่วนหนึ่งของหน้าที่ของผิวหนัง รวมทั้งผิวหน้าของสาวๆหนุ่มทุกคน ซึ่งเราควรดูแลที่นอกจากจะเพื่อความสวยงามแล้ว ยังต้องดูแลเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายอีกด้วยค่ะ
ผิวหนังแท้
ชั้นผิวหนัง ชั้นหนังแท้ หรือชั้นลึก (Dermis) เป็นผิวหนังที่อยู่ถัดลงไปจากผิวหนังชั้นกำพร้า โดยจะมีความหนามากกว่าผิวหนังชั้นกำพร้า เนื่องจากผิวหนังในชั้นหนังแท้นี้จะประกอบไปด้วยเส้นใยพังผืดที่ประสานกัน และไขวัพันกัน ประกอบด้วยเนื้อเยื่อคอลลาเจน (Collagen) อีลาสติน (Elastin) หลอดเลือดฝอย เส้นประสาท กล้ามเนื้อ ต่อไขมัน ต่อเหงื่อ และขุมขน กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งในส่วนที่ตื้นที่สุดของหนังแท้จะชื่นเป็ปุ่มนูน ภายในประกอบไปด้วยหลอดเลือดและปลายประสาทรับความรู้สึก และส่วนลึกของหนังแท้จะมีเส้นใยพังผืดประสานกันแน่นค่ะ ซึ่งในส่วนผิวหนังชั้นผิวหนังแท้นี่เอง ที่เป็นส่วนกำหนดความยืดหยุ่นของผิวหนัง ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ความมัน รอยย่น ซึ่งทั้งนี้ในส่วนใต้ผิวชั้นหนังแท้ลงไปจะมีเซลล์สำหรับเก็บสะสมไขมันและมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันประาทกันอยู่หลวมๆ ซึ่งชั้นไขมันตรงนี้จะทำหน้าที่เหมือนกันชน และโช้คในการป้องกันการสะเทือน ซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายสูญเสียน้ำ อีลาสติน และคอลลาเจน ผิวหนัง และชั้นไขมันก็จะยุบตัวลง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น ตรงนี้เองที่เราจะเห็นได้ว่าผู้ที่สูงอายุแล้วแต่มีร่างกายอ้วนจะมีความเหี่ยวย่นน้อยกว่าผู้ที่มีร่างกายผอม การบำรุงรักษาผิวหนัง หรือผิวหน้า จึงมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้อาหาร อากาสและอารมณ์ก็เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพผิว เมื่อทราบอย่างนี้แล้วเราก็ควรจะลดความเครียด ทาครีม และอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณ รวมทั้งอาหารเสริมบางประเภท แต่ทั้งนี้ก็ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะรับประทานมากเกินเหตุนะคะ
รู้จักผิวหนัง (หนังกำพร้า)
ผิวหนังเป็นเนื้อเยื่อของร่างกายเราชนิดหนึี่ง ซึ่งอยู่ชั้นนอกสุดของร่างกาย นับว่าเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากที่สุดของร่างกาาย รวมทั้งยังมีปลายประสาทรับความรู้สึกช่วยร่างกายในการรับสัมผัสต่างๆ เช่นการกด ความเจ็บ อุณหภูมิร้อนเย็น เพื่อให้ร่างกายสามารถปกป้องตนเองได้จากความรู้สึกดังกล่าว ผิวหนังของคนเราสามารถยืดหยุ่นได้เป็นอย่างมาก โดยผิวหนังเองประกอบด้วย 2 ชั้น และยังมีส่วนที่เจริญมาจากการเปลี่ยนแปลงจากผิวหนังได้ เช่น ผม ขน ต่อไขมัน ต่อมเหงื่อ และเล็บ ของเรา ผิวหนัง ประกอบด้วยหนัง 2 ชั้น ได้แก่ ผิวหนังแท้ และผิวหนังกำพร้า ผิวหนังชั้นตื้นหรือหนังกำพร้า (Epidermis) ผิวหนังชั้นดังกล่าวจะเป็นผิวหนังที่อยู่ชั้นนอกสุดของร่างกาย เกิดขึ้นจาก Surface Ectoderm ซึ่งจะเป็นส่วนที่มีลักษณะบางมาก จะเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆจากเซลล์รูปร่างต่างๆ โดยชั้นในสุดเป็นเซลล์ที่ติดกับหนังแท้ ซึ่งจริงแล้วผิวหนังกำพร้านี่ก็เกิดจาการที่เซลล์ผิวหนังแท้ ค่อยเลื่อนออกมาทดแทนเซลล์ผิวหนังกำพร้าที่ค่อยๆหลุดลอกกันไปตามวันเวลา โดยในชั้นนอกสุดที่หลุดลอกล่อนออกไปก็กลายเป็นขี้ไคลนี่เอง ในส่วนหนังกำพร้าที่หนาที่สุดก็จะเป็นหนังกำพร้าบริเวณหน้าสัมผัส ได้แก่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ส่วนบริเวณหนังตาจะบางที่สุด นอกจากนั้นแล้วในส่วนของหนังกำพร้า ในส่วนที่ติดกับหนังแท้จะมีการสร้างเม็ดสี หรือ pigment หรือเรียกได้ว่า melanin  อยู่ด้วย ซึ่งเมลานินนี้เองจะมีหน้าที่ปกป้องผิวเราจากแสงแดด และเป็นตัวกำหนดว่าเราจะผิวขาวหรือผิวดำ มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ...
16,804FansLike
2,131FollowersFollow
1,688FollowersFollow
13,731SubscribersSubscribe

Latest Posts