เคล็ดลับความงาม

รวม บทความ ความรู้ การดูแลผิว ผิวหน้า ความสวยงาม เพื่อหน้าใส ผิวพรรณงดงาม ของคุณ

คุณประโยชน์จากงาดำ
งาดำ คือเมล็ดพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีดำ เกิดจากต้นงา ซึ่งมีการเพราะปลูกเพื่อที่จะเอาไว้เป็น อาหาร หรือส่วนประกอบของเครื่องเทศ มักพบได้จากแถบตะวันออกการ หรือทวีปเอเชียทั่วไป ลักษณะเด่นของงาดำ จะมีกลิ่นและรสชาติคล้ายกับพืชตระกูลถั่ว และคนมักนิยมนำงาดำมาสกัดเป็นน้ำมัน ซึ้งเพราะในส่วนประกอบของงาดำประกอบไปด้วยน้ำมัน ประมาณ 44-60 % และไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทองแดง แมกนีเซียม และแคลเซียมสูง และยังมีสาระสำคัญที่พบได้ในงาคือ เซซามิน และเซซาโมลิน ซึ่งช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอล และยังมีธาตุเหล็ก วิตามินบี เส้นใยอาหาร กรดอะมิโน ประโยชน์ของงาดำ ช่วยในการเผาพลาญ สลายไขมันได้ดี ลดความอ้วนเสริมสร้างให้มีกล้ามเนื้อหน้าท้อง ควบคุมการดูดซึม และช่วยการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ทำให้ไขมันในร่างกายอยู่ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่เพียงเท่านี้ งาดำยังช่วยในการทำงานของวิตามินอี และป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในระบบประสาท และลดความตึงเครียดให้กับสมอง และถังสามารถต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ประโยชน์ของงาดำไม่ได้มีแค่ภายในร่างกายเพียงเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในผิวกายด้วย โดยมีคุณประโยชน์ทำให้ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอย และบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ดังนั้น เราควรรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของงาดำ เพื่อจะทำให้หุ่นของคุณดี และยังทำให้ผิวคุณดูดีอีกด้วย
1. ความถี่ที่เหมาะสมในการสครับผิวคือ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่ได้ทำงานในการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไป 2. ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสครับผิวหน้ามากที่สุดคือ เวลากลางคืน เพราะในขณะที่หลับผิวจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นตัวจากการสูญเสียน้ำมันหลังจากการสคลับ 3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สคลับผิวที่มีเนื้อขรุขระ โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากพืชประเภทข้าว เพราะเม็ดสคลับที่ได้จะมีขนาดที่เล็กกว่า จึงไม่ขีดข่วนและทำอันตรายต่อผิว 4. สำหรับคนที่มีปัญหาสิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก (AHA) หรือซาลิไซลิก (BHA) ซึ่งการวิจัยพบว่าสารทั้งสองชนิดนี้ไม่เพียงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจน รวมถึงกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และชะลอกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินอีกด้วย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สคลับที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับผิวเป็นสิว 5. หากรู้ว่าต้องไปในสถานที่ที่มีแสงแดดจัด 6. หลังจากสครับผิว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าของสารป้องกันแสงแดดไม่ต่ำกว่า SPF 15 7. สำหรับผู้ที่ใช้บริการผลัดเซลล์ผิวตามศูนย์บริการด้านความงามต่างๆ ควรงดใช้ผลิตผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 2 วัน และต้องไม่ลืมในการป้องกันผิวด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด และทางที่ดีควรอยู่ในร่มเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
มะเขือเทศสุกหรือสด
มะเขือเทศสุกหรือสด ถึงจะบำรุงผิว? หลายคนรู้มานานว่าการรับประทานอาหารคลีน รับประทานผักผลไม้ ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะทำให้ผิวสวย ซึ่งเจ้าตัวก่อเหตุให้ผิวเหี่ยวย่น มีกระ ฝ้า หรือริ้วรอย ก็คือเจ้าสารอนุมูลอิสระ ที่ผิวหนัง ร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้จากสิ่งเร้าต่างๆที่เข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สารเคมี รังสี หรืออาหารการกินที่เรากินเข้าไป เมื่อมีสิ่งที่เป็นพิษหรือเป็นสิ่งเร้าร่างกายก็จะผลิตสารอนุมูลอิสระออกมา มีผลต่างๆด้านลบต่อร่างกาย ซึ่งเราสามารถรักษาตัวเองได้โดยการรับสารที่มีประโยชน์เช่น วิตามิน สารอาหารที่มีประโยชน์ ฯลฯ และอาหารยอดนิยมชนิดหนึ่งที่มักนำมาบำรุงผิว และต้านอนุมูลอิสระ ทั้งด้วยการกิน และด้วยการใช้สัมผัสกับผิวชนิดหนึ่งคือ มะเขือเทศนั่นเอง มะเขือเทศ มักจะถูกมากล่าวอ้างเสมอว่าเป็นราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ มากใช้ทั้งกินสด มาสก์หน้า และปรุงอาหาร แต่แล้วจริงๆคุณรู้หรือไม่ว่าสารอาหารที่มีประโยชน์ นั้นต้องใช้อย่างไร หรือมีวิธีการอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด? จริงๆแล้วสารที่มีประโยชน์ที่สุดในการต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิวที่อยู่ในมะเขือเทศได้แก่สาระสำคัญที่ชื่อว่าไลโคปีน เป็นซุปเปอร์แอนตี้อ๊อกซิเดชั่น หรือโคตรสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มสารแคโรทีนอยด์ หรือเม็ดสีธรรมชาติสามารถละลายในไขมัน ช่วยและส่งเสริมเซลล์ผิวให้สวยสุขภาพดี ลดความเสื่อมสภาพและความผิดปกติของเซลล์ผิว ทำให้ผิวดีขึ้นจนผิวขาวอมชมพู แล้วข้อควรรรู้ที่สำคัญคือ +*+* สารไลโคปีนที่ว่านี้ จะมีในมะเขือเทศที่ปรุงสุกแล้วมากกว่าในมะเขือ เทศสดค่ะ อย่างเช่นในซุปมะเขือเทศ ในซอสสปาเก๊ตตี้ หรือมะเขือเทศย่างในบาร์บีคิว ทีนี้รู้กันแล้วมาทานมะเขือเทศสุกบำรุงผิวกันดีกว่าใช่มั้ยคะ
เคล็ดไม่ลับ ผิวกระจ่างใส
หลายคนมักจะกังวลกับการเห็นผิวหน้า ผิวกาย หมองคล้ำ ดูไม่กระจ่างใส และมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ก็เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ทั้งธรรมชาติ หรือจะเป็นการกระทำที่มีความเข้าใจผิดของเราเอง บทความนี้จะมาทำร้ายความเข้าใจผิว และวิธีการทำให้ผิวของเราดูกระจ่างใส และอ่อนวัยกัน 1. การล้างหน้า : เราควรล้างหน้าไม่เกิน 2 ครั้งต่อ 1 วัน เพราะการที่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป มันเป็นสาเหตุที่ทำให้การเกิดสิว และทำให้น้ำมันหล่อลื่นที่อยู่บนใบหน้าของเรา ที่ทำหน้าที่ไม่ให้หน้าของเราไม่แห้งจนเกินไป ถูกทำร้าย จึงเป็นสาเหตุทำให้หน้าของเราแห้งอีกด้วย 2. การออกแดด : ในเวลาที่เราจำเป็นต้องออกไปภายนอกบ้านของเราและต้องเผชิญกับแสงแดด เราควรทาครีมกันแดดและเมื่อทาแล้วควรทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ขึ้นไปก่อนที่เราจะออกไปเผชิญกับแสงแดด และเราควรที่จะทาครีมกันแดดทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ผิวของเราก็ปลอดภัยจากแสงแดด ที่เป็นสาเหตุหลักที่มาทำลายเซลล์ผิว จนผิวของเราหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย และที่หนักกว่านั้น ก็คือ มะเร็งผิวหนัง 3. การนวดหน้า : หากใครที่อยากให้หน้าของเรากระชับ อ่อนวัย แต่ไม่อยากเสียเงินไปกับเครื่องมือต่าง ๆ วิธีง่ายที่เราทำได้กันทั่วไป...
ออกกำลังกายไร้สิว
คนที่เป็นสิว มักจะมีความกังวล ไม่มั่นใจในตัวเอง ยิ่งมีสิวมากยิ่งเครียดมาก ยาไหนว่าดี ครีมไหนว่าดัง สูตรไหนว่าเด็ดก็มักจะลองใช้ ลองผิดลองถูก ดีบ้างไม่ดีบ้างเจอครีมใส่สารบ้าง ยาที่ร้ายแรงบ้าง บางรายถึงกับเสียชีวิตกันไปเพราะความอยากสวย อยากใส แต่ไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อน จริงๆแล้วทางออกหนึ่งที่เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากก็คือการออกกำลังกายให้เหงื่อออก และต่อเนื่องเพียงพอ นอกจากทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง รูปร่างน้ำหนักทรวดทรงองค์เอวเข้ารูปฟิตและเฟิร์มแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันเว้นวัน จะมีประโยชน์ต่อผิวหน้า ผิวกาย อย่างมากอีกด้วย รวมทั้งประเด็นที่คนเป็นสิวหลายคนพบก็คือสิวจะลดลงเมื่อคุณออกกำลังสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่ง ยา ครีม หรือสูตรพิเศษใดๆ เนื่องจากว่า การออกกำลังจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้สูบฉีดดีมากขึ้น และส่งสารอาหาร ออกซิเจน รวมทั้งดึงเอาของเสียออกจากเซลล์ผิว และผิวหนัง นอกจากนั้นแล้วการออกกำลังให้เหงื่อออก ยังเป็นการเปิดรูขุมขนให้ร่างกายได้หลั่งสารพิษ ของเสีย ออกทางเหงื่อทางผิวหนังได้ดีอีกด้วย เนื่องจากเหงื่อจะช่วยล้างสิ่งสกปรกที่อุดตัน ทำความสะอาดรูขุมขน จากสิ่งสกปรก เซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมทั้งน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้า ผิวกาย ออกได้เป็นอย่างดี ทำให้ของเสียต่างๆบนร่างกายร้อยแปดประการ ออกมาด้วย ถ้าเราไม่ออกกำลังกายให้เหงื่อออก ปล่อยให้เหงื่อออกเพราะความร้อน หรือการอบซาวน่า ก็จะไม่มีประโยชน์เท่าเหงื่อออกจากการออกำลังกาย รู้อย่างนี้แล้วสาวๆที่เป็นสิว ลองออกกำลังกายต่อเนื่องให้เหงื่อออกดูบ้างนะคะ...
การทำงานของร่างกายเราเป็นระบบที่สัมพันธ์กับจิตใจ ที่พูดกันว่า จิตแจ่มใจ หน้าตาก็แจ่มใส ถือเป็นเรื่องจริง การที่เรามีความเครียดน้อย มีความสุขมาก มีการดำเนินชีวิตที่เป็นปกติสุข จะแสดงออกมาทางสีหน้า ท่าทาง แววตา และส่วนประกอบต่างๆของร่างกาย เช่น ผม ผิว เล็บ เป็นต้น ร่างกายของเรานั้นมีระบบการทำงานที่สอดคล้องกัน หากมีความเครียดมากๆ จิตใจเศร้า ร่างกายก็จะทำงานผิดปกติ จิตใจจะสั่งร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว ผิวกาย ผิวหน้า ระบบย่อยอาหารก็จะผิดปกติ อย่างที่เราเคยได้ยินว่าเครียดลงกระเพาะ หรือเครียดแล้วเป็นสิว สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องจริงค่ะ ร่างกายจะผลิตกรดออกมามากเมื่อเราเครียด และเมื่อกรดออกมาในร่างกายในระบบย่อยอาหารมากก็จะทำให้ระบบย่อยอาหารเสียสมดุลย์ และเมื่อกรดมากก็จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ เกิดการระคายเคือง และเกิดสิวในที่สุด สิ่งที่ช่วยได้คือการฝึกใจไม่ให้เครียด การปล่อยวาง การเข้าหาธรรม หรือแม้แต่การออกกำลังกาย ก็ช่วยได้ค่ะ หลายคนอาจรักษาด้วยยามาหลายอย่างในเรื่องสิว แต่ถ้าเครียดจนรู้สึกว่าตัวเองมีกรดมาก ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ลองทานยาลดกรดสองเม็ดก่อนนอนดูนะคะ แล้วจะเห็นว่าเมื่อกรดลด ร่างกายก็จะทำงานได้ดีขึ้น ค่ะ
17,129FansLike
2,188FollowersFollow
1,735FollowersFollow
13,900SubscribersSubscribe

Latest Posts