เคล็ดลับสุขภาพดี

รวม บทความสุขภาพ การรักษา การป้องกัน โรค การดูแล ร่างกาย จิตใจ การออกกำลัง ยา อาหาร สุขภาพจิต ความเครียด เพื่อความแข็งแรง

วิตามินซี กับผิวสวย
วิตามิน แร่ธาตุและเกลือแร่ นับเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระบวนการการทำงานของร่างกายคนเรา ทั้งอวัยวะสำคัญต่างๆในร่างกายมีความจำเป็นต้องใช้เกลือแร่ แร่ธาตุ และวิตามิน เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตของเราได้อย่างปกติ วิตามินตัวหนึ่งซึ่งถือเป็นพระเอก และเป็นวิตามินที่นิยมทำเป็นอาหารเสริมเนื่องจากมีประโยชน์มากมายกว่าวิตามินทั้งปวงได้แก่วิตามินซี vitamin C วิตามินซีที่เกี่ยวกับความสวยความงามนั้น มีบทบาทอย่างมากในการเสริมสร้างคอลลาเจน เนื่องจากคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยกรดอมิโนสองชนิด และเป็นองค์ประกอบหลัก ได้แก่ โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน ร่างกายสามารถได้รับไฮดรอกซีโพรลีนโดยการสังเคราะห์เองได้แต่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากวิตามินซี vitamin C นี่เอง ซึ่งถ้าหากร่างกายของเรามีวิตามินซี น้อย หรือไม่เพียงพอ กระบวนการเสริมสร้างคอลลาเจนก็จะไม่สมบูรณ์ ทำได้น้อยลง การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอก็จะน้อยลงและเกิดขึ้นช้าๆ ทำให้ผิวหน้า ผิวพรรณของร่างกาย รวมทั้งเซลล์ มีความเสื่อม หย่อนคล้อยได้ นอกจากนั้นแล้ววิตามินซียังมีหน้าที่ในการช่วยยึดเซลล์ของเนื้อเยื่อต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน หรือช่วยให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันกัน ซึ่งการเกี่ยวพันกันนี้เป็นเนื้อเยื่อหลักของหลอดเลือดผิวหนัง และพังผืด การขาดวิตามินซีนอกจากจะทำให้เซลล์เสื่อมแล้วยังคงทำให้แผล การอักเสบหายช้าอีกด้วย การขาดวิตามินซี จึงถือเป็นอันตรายต่อผิว สำหรับแหล่งวิตามินซี จากธรรมชาติเราสามารถหารับประทานได้โดยไม่ต้องใช้อาหารเสริมเลยค่ะ ซึ่งวันนี้ เรานำภาพมาฝากกันนะคะว่าอะไรอุดมไปด้วยวิตามินซีบ้าง ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว แคนตาลูป บร๊อกโคลี่ กะหล่ำปลี มะเขือเทศ และกะหล่ำดอก...
การตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับหนุ่มๆสาวๆทั้งหลายที่อายุเกิน 30 ปี  ขึ้นไป ก็เป็นสิ่งจำเป็นนะคะ โดยเฉพาะคนที่มีญาติผู้ใหญ่มีปัญหาสุขภาพด้าน มะเร็ง ไขมัน หรือเบาหวาน หรือแม้แต่โรคประจำตัวอื่นๆ ก็ควรที่จะตรวจร่างกายให้เป็นประจำๆทุกปีนะคะ แต่ก่อนที่เราจะไปตรวจสอบสุขภาพประจำปี เรามาลองตรวจดูนิสัยของสุขภาพไม่ดีกันก่อนนะคะว่าเรามีอะไรให้ตรวจกันบ้าง อยากกินอาหารบางชนิดเป็นพิเศษ ต้องพยามยามที่จะออกกำลังกายให้ได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ รู้สึกลำบากที่ต้องพยายามรักษาน้ำหนักตัว มีความกังวลใจ ซึมเศร้า หรือมีอารมณ์แปรปรวน ไม่ค่อยมีสมาธิ หรือคิดอะไรไม่เป็นระบบ เป็นไซนัส มีกลิ่นปาก เล็บเปราะ หักง่าย หรือยาวช้า เส้นผมดูหยาบกระด้างหรือมันเกินไป มีเซลลูไลต์ต้องการขจัดทิ้ง ถ่ายอุจจาระน้อยกว่าวันละหนึ่งครั้ง มีอาการแน่นท้อง หรือ อาหารไม่ย่อย มีอาการปวดศีรษะได้ง่าย ผิวแห้งและคัน มีอาการตาบวม และใต้ตาคล้ำ มีภาวะผิดปกติจากโรคผิวหนัง หรือมีผิวหนังไม่ผ่องใส มักจะรู้สึกเหนื่อยหรือไม่มีแรงเอาดื้อๆ ต้องใช้ความ "พยายาม"กินผักผลไม้สดปริมาณมากๆในแต่ละวัน มีภาวะผิดปกติทางผิวหนังที่ทำให้อยากหายตัวไปดื้อๆ ไม่กินอาหารเช้า ถ้าคุณมีคำตอบว่าใช่ 5 ข้อหรือมากกว่านี้ ให้เปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองในข้อนั้นๆ...
สมัยนี้คำว่าปราศจากน้ำตาล  น้ำตาลต่ำ หรือ Low Sugar , Sugar Free ,Dier , Zero Sugar  คำเหล่านี้มักปรากฎอยู่ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์์ลดน้ำหนักควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากความรู้ที่ว่าน้ำตาล เป็นสาเหตุของโรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน เบาหวาน เซลล์เสื่อมเร็ว ผิวเหี่ยวย่น เนื่องจากรสหวานทำให้เซลล์เสื่อม เป็นต้น ผู้นิยมดูแลตัวเอง ต้องการป้องกันความอ้วน หรือน้ำตาล ก็มักจะมองหาคำเหล่านี้ หรือแม้แต่หันไปหาสารให้ความหวาน ซึ่งวันนี้อยากจะบอกค่ะ ว่า "อันตราย" สารให้ความหวาน หรือสารทดแทนความหวาน ซึ่งคือแอสปาร์แตม (Aspatame) เป็นสารเคมีที่นำมาประกอบอาหารในปัจจุบันที่อันตรายมาก เนื่องจากผลิตจากสารประกอบไปด้วยเมทานอล กรดแอสปาร์ติก และฟินิลอานาลีน ซึ่งก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ มึนงง ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน หรือแม้กระทั่งการอักเสบของตับอ่อนได้เลยค่ะ นอกจากนั้นแล้วยังกระตุ้นให้เกิดโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเคยรายงานอาการของผุู้ที่มีอาการกับ แอสปาร์แตม มีถึง 90 กว่าอาการ ที่ร้ายแรงที่สุดคือเสียชีวิต...
อะโวคาโดบำรุงผิว
ผิวหนังของเรานั้นต้องการความชุ่มชื้นมาช่วยหล่อเลี้ยงไม่ให้ผิวหนังเหี่ยวย่น หรือแห้งเป็นเกร็ดเป็นขลุย สาเหตุของคนที่ผิวเหี่ยวง่ายประการหนึ่งก็คือผิวหนังเหี่ยวง่าย ย่นง่าย หรือเป็นขลุยง่ายในหน้าหนาว วันนี้เราจะมาพูดถึง อะโวคาโด ซึ่งชาวต่างชาตินิยมกันมาก ถือว่าเป็นผลไม้แห่งสุขภาพทีเดียวเลยค่ะ เป็นผลไม้พบได้ในเขตร้อนอย่างเขตร้อนอย่างเม็กซิโก หรือกัวเตมาลา ผลอะโวคาโดนิยมกินได้ทันที หรือนำมาประกอบอาหารก็ได้ค่ะ แต่สิ่งที่อะโวคาโดมีประโยชน์ต่อผิวนั่นก็เป็นเพราะว่าอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมกา 9 (กรดโอเลอิก) โอเลอิก นี้จะพบได้ในน้ำมันมะกอก ผลไม้เพื่อสุขภาพอีกตัวหนึ่ง  กรดโอเลอิกนี่เองที่ช่วยให้ผิวหนังและหัวใจมีสุขภาพแข็งแรง หากเรารับประทานอยู่เสมอ จะได้รับกรดโฟเลต แมกนีเซียม และวิตามินอี ซึ่งเป็นส่วนผสมของสารบำรุงผิวของเราทั้งนั้นเลยค่ะ เรียกว่าทานอะโวคาโด จะได้รับผลดีทั้งภายในร่างกาย และภายนอกร่างกายเลยทีเดียวค่ะ แต่อาจจะไม่เป็นที่นิยมในไทยก็เพราะว่าเรามีผลไม้ให้เลือกมากมาย แต่ที่นำมาเล่าสู่กันฟ้งสำหรับผู้รักสุขภาพทุกท่าน เผื่อวันนึงไปเดินซูปเปอร์มาร์เก็ต เจออะโวคาโด จะได้รู้ว่ามันก็มีประโยชน์มหาศาลกับผิวเราค่ะ
หลายคนคงรู้จัก และได้ยินคำว่า ดีท็อกซ์ กันมาบ้างแล้ว เนื่องจากการดีท็อกซ์ (Detox) หรือการกำจัดสารพิษ สารเคมี อนุมูลอิสระ หรือสิ่งตกค้างที่ไม่เป็นประโยชน์ในร่างกาย กำลังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการดีท็อกซ์ลำไส้ใหญ่ เพื่อทำความสะอาด หรือแม้แต่ตับ ผิวหนัง เส้นผม ก็มีการล้างสารพิษ สารอนุมูลอิสระ หรือแม้แต่ไขมัน กันทุกส่วนก็ว่าได้เลยค่ะ แต่วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงการดีท็อกซ์ง่ายๆที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันค่ะ นั่นก็คือการนอนนั่งเอง การนอนนอกจากจะเป็นการชาร์จพลังงาน ทั้งจิตใจ และร่างกายแล้ว หากเราปฏฺิบัติให้ถูกต้องก็สามารถใช้ในกระบวนการล้างพิษได้เช่นกันค่ะ  โดยการนอนให้เรานอนเท้าและศีรษะเสมอกัน จะทำให้การไหลเวียนของเลือดและไตดีที่สุด การนอนยกเท้าแม้จะไม่ทำให้เลือดของเราสูบฉีดก็ตาม แต่เลือดก็จะไหลเวียนไปที่ไตดีขึ้นมากขึ้น จะทำให้เราสามารถปัสสาวะ ขับของเสียได้ดีขึ้นด้วย ถือเป็นการล้างสารพิษอีกทางหนึ่ง การเอนตัวนอนในท่าดังกล่าวประมาณ 30 - 40 นาที แล้วเมื่อปวดปัสสาวะ จะเป็นการทำให้ร่างกายถ่ายของเสียออกมาได้มาก หรือบางท่านหากสามารถนอนกลางวันในที่ทำงานได้ แม้เพียงเล็กน้อย โดยปฏิบัติท่านอนดังกล่าว ก็จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น สมองปลอดโปร่งขึ้นอีกด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วเราคงทราบกันแล้วนะคะ ว่าดีท็อกซ์ ให้ร่างกายเรา ทำที่ไหน เมื่อไหร่...
หลายคนคงรู้จักการดีท็อกซ์(Detox)โดยการขับถ่าย หรือการล้างลำไส้ใหญ่ แต่อาจไม่ทราบว่าเราสามารถดีท๊อกซ์ทางผิวหนังได้ค่ะ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่าร่างกายสามารถรับรู้การปรับเปลี่ยนของอุณหภูมิ ที่มีผลกระทบต่อร่างกายได้สองทาง ได้แก่ทางผิวหนัง จะเห็นได้จากหากเราเข้าอบไอน้ำเซาน่า หรือตากแดด ก็จะมีเหงื่อออก หรือหากเราอยู่ในพื้นที่อากาศหนาว หรืออยู่ในห้องแอร์เราก็จะไม่มีเหงื่อ และรูขุมขนหดเล็กลง หรือขนลุกนั่นไงคะ ในอีกทางหนึ่งร่างกายสามารถรับรู้ได้ด้วยสมองค่ะ เช่นหากเราออกกำลังกาย หรือแช่น้ำอุ่น จะก่อให้เกิดอุณหมภูมิในร่างกายสูงขึ้น ต่อมไขมันใต้ผิวหนังขยายตัวมากขึ้น และสมองจะรับรู้ได้ โดยสมองจะสั่งการให้ขับไขมันออกมาทางรูขุมขน บางท่านที่ร้อนง่ายก็จะมีไขมันมาก หรือหากเป็นคนผิวมันก็จะมีไขมันออกมากมาก แต่รู้มั้ยคะ หากเราออกกำลังกาย ให้เหงื่อออกและร่างกายมีอุณหภูมิสูงข้ึ้น เมื่อร่างกายขับไขมันออกมาตามรูขุมขนแล้ว โลหะหนักที่ละลายได้ในไขมัน แต่เป็นอันตรายต่อร่างกายจะถูกขับออกมากับไขมัน ถือเป็นการดีท๊อกซ์(Detox)สารพิษที่ดีอีกทางหนึ่งค่ะ ทำให้ร่างกายได้ขจัดโลหะหนัก ทั้งยังแข็งแรงจากการออกกำลังอีกด้วยนะคะ ร่างกายไร้สารพิษจะสามารถทำให้ผิวพรรณผ่องใสได้อีกด้วยค่ะ
20,111FansLike
2,684FollowersFollow
2,239FollowersFollow
14,700SubscribersSubscribe

Latest Posts