การทาครีมกันแดด

0
75
การทาครีมกันแดด

เคล็ดลับในการทาครีมกันแดดแดดแรงมากจริงๆค่ะทุกวันนี้สาวๆจะกลัวแดดกันมาก เนื่องจากเสียเงินบำรุงผิวขัดผิวกันจนหลายเงินแล้วก็ยังต้องมาโดนแดดทำลายผิวอีก แล้วแสงแดดนี่ก็ใช่ว่าจะหนีกันง่ายๆนะคะ ก็เป็นแสงที่มีอยู่ทุกที่ ไปที่ไหนก็เจอ นอกจากตอนกลางคืน หลายคนคิดว่าอยู่ในอาคารที่ไม่โดนแสงแดดแล้วไม่โดนรังสี แต่รังสี uva ,uvb สามารถตามเราเข้าไปได้ถึงในอาคารค่ะ

วันนี้เราจะมาทราบถึงการดูและผิวด้วยครีมกันแดดกันนะคะ

1. สำหรับคนที่ทำงานในอาคารในตัวตึกรวมทั้งที่เดินทางและไม่ได้ถูกแสงแดดมาก และไม่ถูกโดยตรง เช่น ขับรถ สามารถทาครีมกันแดด SPF 6 – 14 หรืออาจไม่ต้องทาเลยก็ได้ค่ะ
2. ผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นประจำ ควรใช้ครีมที่มีค่า  SPF ระหว่าง 15 – 29
3. สำหรับคนที่อยู่กลางแจ้งตอนเที่ยงๆ  ต้องใช้ SPF สูงๆ แต่ไม่ต้องเกิน SPF 50 นะคะ สหรัฐอเมริการับรองผลิตภัณฑ์ไม่เกิน SPF 50 เท่านั้นเองค่ะ

สำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมกันแดด

– ปริมาณที่เหมาะสมในการใช้ครีมกันแดด

ควรเน้นทาให้ทั่วใบหน้าหรือลำตัว ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการระบุว่า ควรทาครีมกันแดดหนาประมาณ 2 มิลลิกรัมต่อ 1 ตร.ซม. นอกจากนี้ ควรทาทิ้งไว้ก่อนออกแดดนาน 15 – 30 นาที และควรทาซ้ำทุก 2 – 3 ชั่วโมง

– การที่โฆษณาระบุว่า ควรทาครีมกันแดดแม้ในวันที่ไม่ต้องถูกแดด จริงหรือเท็จอย่างไร

งานวิจัยพบว่าหลอดไฟมีรังสียูวีเอ ซึ่งส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า อย่างไรก็ตาม แสงจากหลอดไฟถือเป็นความเสี่ยงที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด มลภาวะ การรับประทานอาหาร ดังนั้น จึงไม่ควรใส่ใจมากเกินไป เชื่อว่าผู้ขายคงต้องการขายสินค้าให้ได้มากๆ เท่านั้น

การทาครีมกันแดดมากเกินไปเป็นประจำ อาจสร้างปัญหาใหม่ คือ การสะสมสารเคมีที่ผิวหนัง

– การที่โฆษณาระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มี “ไลโปโซม” จะช่วยพาครีมสู่ผิวหนังชั้นนอก ทำให้เนื้อครีมไม่หลุดง่ายนั้น จริงหรือเท็จอย่างไร

เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะไลโปโซมเป็นเทคโนโลยี ที่มีจุดประสงค์ในการนำส่งตัวยาหรือสารอาหารเข้าสู่ผิวหนัง แต่ไม่มีความจำเป็นในแง่ของเครื่องสำอาง เนื่องจากไลโปโซมคงตัวได้ไม่ดีและมักสลายตัวระหว่างการเก็บรักษา

– ไทเทเนียมออกไซด์และซิงค์ออกไซด์ ที่เป็นส่วนผสมในสารกันแดด มีอันตรายหรือไม่
สารทั้ง 2 ชนิดถูกจัดอยู่ในประเภทปลอดภัย ทำหน้าที่สะท้อนรังสียูวีออกจากผิวหนัง โดยการเคลือบผิวหนัง และสามารถล้างออกได้โดยการล้างหน้าหรืออาบน้ำ อย่างไรก็ตาม อย.อนุญาตให้ใส่สารทั้ง 2 ชนิดได้ไม่เกิน 25 %

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here