aha

AHA (Alpha Hydroxy Acids) : สารที่อยู่ในกลุ่มของกรด AHA มีมากมายหลากหลายชนิด แต่ตัวทีนิยมใช้มากที่สุดคือ Glycolic Acid และ Lactic Acid สำหรับ Glycolic Acid เป็นรูปแบบของ AHAs ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องจากมีขนาดโมเลกุลที่เล็กที่สุด ซึ่งช่วยในการขัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังช่วยในกระบวนการขัดเซลล์ผิวให้ดีขึ้นทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นกลางได้อีกด้วย ซึ่งต้องอยู่ในส่วนผสมของความเข้มข้นที่ถูกต้องกของการใช้ และนอกจากนั้น AHAs ยังช่วยส่งเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย หรือที่ในวงการเครื่องสำอางเรียกว่าคุณสมบัติ Water-blind Agent นั่นเอง

BHA (Beta Hydroxy Acids) :เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มมีเพียง Salicylic Acid เท่านั้น โดย Salicylic Acid นั้นเป็นสารกลุ่ม Salicytates เช่นเดียวกับ Aspirin ดังนั้นหากคุณเคยมีประวัติการแพ้ยาแอสไพริน ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะแพ้ BHA การใช้จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยง

BHA มีคุณสมบัติพิเศษหบายอย่างและเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวมันและเป็นสิวอย่างมาก เนื่องจาก BHA สามารถละบายน้ำมันได้ดี จึงซึมลงไปในรูขุมขนของเราเพื่อปรับสภาพรูขุมขนและการอุดตันได้เป็นอย่างดี อย่างที่สองคือ BHA มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้ออ่อนๆ จึงช่วยลดสิวอักเสบได้ อย่างที่สามนั่นก็เป็นเพราะว่า Salicylic Acid มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและต้านการระคายเคืองได้ดีนอกจากนี้ BHA ยังช่วยทำให้สารอื่นๆซึมลงบำรุงผิวได้ดีอีกด้วย

นี่คือประโยชน์ และคุณสมบัติเบื้องต้นของ AHA และ BHA ที่เราได้ยินกันในส่วนผสมของเครื่องสำอางบ่อยๆค่ะ

และกล่าวโดยสรุปในวงการเครื่องสำอาง AHAs เป็นสารที่ละลายในน้ำ BHA เป็นสารที่ละลายในน้ำมัน AHAs และ BHA สามารถใช้ได้กับผิวทุกประเภท แต่AHAs จะเหมาะกับผิวธรรมดา หรือผิวที่ได้รับความเสียหายจากแสงแดด มีจุดด่างดำ ส่วน BHA จะเหมาะกับผู้เป็นสิว ผิวมัน หรือมีผิวที่ระคายเคืองง่ายนั่นเองค่ะ