ก่อนอื่นเราต้องมารู้กันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าทำไมฉีดกลูต้าไทโอนแล้วถึงขาว และกลูต้ามีที่มาที่ไปอย่างไร อาจจะยาวหลายบทความหน่อยนะคะ

 

จริงๆแล้วการใช้กลูต้ามาฉีดเพื่อให้ขาวนับเป็นการบังเอิญ คือเมื่อ 30 ปีก่อนนั้นแพทย์ได้ใช้กลูต้าไทโอนในการรักษาโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ดรคพาร์กินสัน่ โรคตับ  โรคไต โรคเอดส์ ข้ออักเสบ หมันในเพศชาย และอาการหูตึงจากเสียงดัง ซึ่งใช้ในวิธีและปริมาณที่แตกต่างกันไป แต่ในเวลาเดียวกันแพทย์เหล่านั้นก็ได้สังเกตเห็นว่าคนไข้ที่รับยาจากกระบวนการรักษามีผิวขาวขึ้น เนื่องจากกลูต้าไทโอนจะเปลี่ยนการสร้างเม็ดสีดำน้ำตาล ให้กลายไปเป็นเม็ดสีขาวเหลือง เนื่องจากผิวหนังของคนเราประกอบไปด้วยเม็ดสี 2 ชนิด คือ Eumelanin เม็ดสีดำน้ำตาล และ Phaeomelanin เม็ดสีขาวเหลือง

ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของเราจะสามารถสร้างกลูต้าไทโอนได้เองอยู่แล้ว กลูต้าไทโอนจะประกอบด้วยกรดอมิโนโปรตีนซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายราบรื่น แต่เมื่อมนุษย์เราเริ่มมีอายุมากขึ้น หรือเจ็บป่วยบางประการ ร่างการจะลดการสร้างกลูต้าไทโอนลง ส่งผลให้เซลล์ต่างๆและอวัยวะต่างๆในร่างกาย เสื่อมตามไปด้วยกัน

จริงๆแล้วหน้าที่หลักๆของกลุต้าไทโอนคือการช่วยขับสารพิษและของเสียจากการที่ร่างกายเราเผาผลาญอาหารและได้รับสารต่างๆ รวมทั้งช่วยเอ็นไซม์อื่นๆ ขจัดโลหะหนักที่ไม่ละลายน้ำให้ละลายน้ำได้ง่าย เพื่อเป็นการช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย รวมทั้งยังช่วยตับในการที่จะยับยั้งป้องกันจากการถูกทำลายโดยเหล้า บุหรี่ ยาท่ีเกินขนาด และประการสำคัญคือเป็นสารต้าอนุมูลอิสระ (แอนตี้ออกซิแดนท์) ซึ่งช่วยในการลดการเสื่อมของเซลล์ ช่วยในการชะลอวัยให้เราอ่อนเยาว์มากขึ้นทั้งยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อต้านสิ่งแปลกปลอม และกลูต้าไทโอนยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ และDNA ต่างๆได้อีกด้วย

ซึ่งในทางการแพทย์หากเปรียบเทียบกลูต้าไธโอนกับวิตามินซี และวิตามินอีแล้ว ละก็ ในทางสรรพคุณเดียวกันกลูต้าไทโอนถูกยกให้เป็นซุปเปอร์สารยับยั้งอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงกันเลยค่ะ

หลังจากวงการแพทย์ได้รับรู้ถึงประโยชน์ของกลูต้าไทโอนกันไปแล้ว สถาบันเสริมความงามต่างๆหลายต่อหลายที่ก็เริ่มนำกลูต้าไทโอนมาสนองควาต้องการของลูกค้า ทั้งวิธีฉีด และวิธีกิน

คำถามที่เกิดต่อมาคือ แล้วมันปลอดภัยแค่ไหนนั่นเองค่ะ เรื่องนี้เราจะมาแนะนำกันในบทความต่อไปเลยค่ะ ว่ากลูต้าไทโอน ฉีด กิน ทา อันไหนปลอดภัย อันไหนอันตราย